logo

Category : Knowledge

19 Oct 2017

“อุ้มบ่อยจะติดมือ” คืออะไร?

เด็กแรกเกิดสื่อสารถึงโลกภายนอกได้อย่างเดียวคือการร้อง แต่สามารถรับรู้สิ่งต่างๆได้หลายทาง คือเสียง กลิ่นและการสัมผัส การอุ้มจึงเป็นสิ่งเดียวที่สามารถสื่อสารถึงลูกได้ครบทั้ง3ทาง คือกลิ่นของแม่รวมถึงกลิ่นน้ำนม สัมผัสจากการโอบกอด และเมื่อแม่อุ้มลูกขึ้นมาแนบอก แม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่เสียงหัวใจของแม่ที่ลูกได้ยินมาตั้งแต่อยู่ในท้อง ทำให้ลูกอุ่นใจและสงบลง เมื่อออกมาสู่โลกภายนอกลูกต้องเรียนรู้ทุกสิ่งอย่างในการดำรงชีวิต ตั้งแต่การหายใจ การดูดนม การขับถ่าย ไม่แปลกที่ลูกจะหงุดหงิดบ้าง กลัวบ้าง ไม่มั่นใจบ้าง เมื่อลูกเรียนรู้ถึงวิธีการอื่นๆที่จะสื่อสารทั้งทางอารมณ์และทางภาษา การอุ้มที่เคยเป็นสิ่งที่ลูกต้องการก็จะลดลงไปเรื่อยๆ พร้อมกับพัฒนาการทางร่างกาย สมอง และอารมณ์ ที่เพิ่มมากขึ้น ทารกในวัยก่อน 9 เดือน ยังไม่มีการคิดที่ซับซ้อนถึงขั้นที่จะทำให้เขาเสียนิสัยหรือเอาแต่ใจ ทารกในวัยแรกเกิดเรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตและเรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับผู้เลี้ยงดู ถ้าผู้เลี้ยงดูตอบสนองความต้องการขอทารกอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ ทารกจะมีความเชื่อใจ(Trust) รู้คุณค่าของตัวเอง ทำให้มั่นคงทางอารมณ์ การอุ้มเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่ช่วยสร้างสายสัมพันธ์ของทารกกับผู้เลี้ยงดู แต่ถ้าการอุ้มเฉยๆ หรืออุ้มเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่ทำให้ลูกสงบลง เรามีวิธีแนะนำให้ลองไปใช้ดู ติดตามได้ในบทความต่อๆไปนะคะ ในที่สุด การอุ้มก็จะเปลี่ยนมาเป็นอ้อมกอดพร้อมกับการหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่ๆจากเจ้าตัวน้อยในวันวาน คุณแม่เข้าใจรึยังคะว่า “อุ้มบ่อยจะติดมือ คืออะไร?”

17 Oct 2017
flash vs newborn

แสงแฟลชทำให้เด็กตาบอด หรือตาเสียจริงหรือ?

แสงแฟลชกับการถ่ายรูปเด็กแรกเกิด จริงๆแล้วเด็กทารกมีกลไกป้องกันดวงตาจากแสงมากกว่าดวงตาของผู้ใหญ่ ยังไม่เคยมีเด็กทารกที่ตาบอดหรือเป็นโรคจากการโดนแสงแฟลช เนื่องด้วย – เด็กทารกมีรูม่านตาที่เล็กกว่าผู้ใหญ่มาก แสงผ่านได้น้อย อันตรายก็ลดน้อยลง – เมื่อมีแสงส่องเข้ามา ตามปฎิกิริยาตามธรรมชาติรูม่านตาจะหดตัวลง ยิ่งทำให้แสงผ่านเข้ามาได้น้อยลงไปอีก – ตามสัญชาตญาณของมนุษย์จะหลบเลี่ยงเเสงอยู่แล้ว เป็นกลไลตามธรรมชาติที่ช่วยป้องกันอันตรายจากแสง เช่น การเบือนหน้าหนี , การหลับตา, การหยีตา   นอกจากนี้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้กล่าวถึงการใช้แฟลชกับเด็กทารกว่า – ถ้าตาเด็กโดนแสงแฟลชในระยะเวลาสั้นจะมีผลเสียน้อย นอกเสียว่าจะเปิดแฟลชถ่ายในระยะที่ใกล้กับดวงตามาก และถ่ายบ่อยๆ แบบนี้ทารกอาจเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก หรือจุดรับภาพชัดเสื่อมเร็วกว่าปกติได้ – ถ้าการถ่ายภาพโดยเปิดแฟลชในระยะห่างจากตาเด็กทารกพอสมควร และไม่ได้ถ่ายบ่อย แบบนี้ไม่มีอันตรายต่อตาเด็กทารก ดังนั้นการถ่ายด้วยมือถือควรแน่ใจว่าปิดแฟลชให้เรียบร้อยก่อนถ่ายนะคะ เพราะเป็นแสงแฟลชที่แรงและใกล้กับดวงตาเด็กมากๆค่ะ   ถึงแม้คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์และศิริราช ยืนยันว่าแสงแฟลชไม่เป็นอันตราย แต่เพื่อความสบายใจของคุณพ่อคุณแม่ที่อยากถ่ายรูปลูกน้อย จึงมาแชร์เทคนิคการถ่ายรูปลูกน้อยแบบปลอดภัยกันนะคะ   เทคนิคถ่ายภาพเด็กแรกเกิด แบบปลอดภัย 100% และได้เก็บภาพความทรงจำแบบคมชัด – ใช้แสงธรรมชาติโดยใช้หน้าต่างบานใหญ่เพื่อให้ได้ปริมาณแสงเพียงพอ ทิศที่เหมาะสมคือ ทิศเหนือหรือทิศใต้ – ในกรณีที่แสงธรรมชาติไม่เพียงพอ ใช้แสงแฟลชผสมกับแสงธรรมชาติ ทำให้ไม่ต้องใช้กำลังไฟที่มากนัก – ใช้ตัวกรองแสง เช่น softbox หรือ ผ้าสีขาวขนาดใหญ่ เปรียบเสมือนแสงที่ผ่านก้อนเมฆสีขาว ความเข้มข้นของแสงจะเบา และมีความอ่อนนุ่ม – ระยะการตั้งไฟ ควรตั้งไฟห่างจากทารกอย่างน้อย 1 เมตร เป็นระยะที่ปลอดภัย แต่ไม่ควรตั้งไฟตรงหน้าเด็กอ่อน ควรตั้งไฟเฉียง 45องศา หรือยิงแสงขึ้นเพดาน เป็นแสงที่ตกกระทบ ความเข้มข้นของแสงก็จะลดลง   เด็กแต่ละคนมีความไวต่อแสงที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นก่อนถ่ายถึงแม้จะทำตามเทคนิคด้านบนแล้ว เราควรดูพฤติกรรมของลูกน้อยด้วยว่าดวงตาของเค้ามีความไวต่อแสงระดับไหน ถ้าเด็กมีการหลบ […]

02 Oct 2017

3 เหตุผลที่ต้องถ่ายภาพแรกเกิด

3 เหตุผลที่ต้องถ่ายภาพช่วงแรกเกิด 1. ภาพช่วงแรกเกิดสามารถถ่ายได้ครั้งเดียวในชีวิต ภาพลูกน้อยที่นอนขดตัวเหมือนอยู่ในท้องแม่นั้น สามารถถ่ายได้แค่ช่วงแรกเกิด เพราะเด็กแรกเกิดนั้นมีกระดูกประมาณ 300 ชิ้น (ในขณะที่ผู้ใหญ่มีกระดูก 206ชิ้น) ทำให้ลูกน้อยรู้สึกสบายกับการถ่ายรูปในท่าขดๆเหมือนอยู่ในท้องแม่ ซึ่งถ้าเกิน 2 อาทิตย์ กระดูกจะเริ่มรวมตัวกัน ทำให้การจัดท่ายากกว่าช่วงแรกเกิด 2. ช่วงวัยแรกเกิดนี้ เด็กจะใช้เวลาไปกับการนอน 11-20 ชม./วัน จึงสามารถทำให้จัดท่าและอยู่ในพรอพที่น่ารักๆได้ 3. เด็กแรกเกิดมีลักษณะเฉพาะหลายอย่าง ทั้งผิวหยุ่นๆ ขนอ่อนๆตามร่างกาย มือเท้าจิ๋วๆ อย่าปล่อยให้ช่วงเวลาพิเศษแบบนี้ผ่านไป ภาพสุดแสนน่ารักของลูกน้อยที่สามารถถ่ายได้ครั้งเดียวในชีวิต คุณพ่อคุณแม่ทุกคนล้วนมีความสุขที่ได้เห็นภาพลูกน้อยช่วงแรกเกิดและได้เก็บไว้ให้ลูกน้อยดูตอนโตค่ะ “เราอยากให้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดนี้อยู่กับครอบครัวคุณตลอดไป”

26 Sep 2017

การถ่ายภาพวัยแรกเกิด ทำไมต้อง 4-14วัน?

การถ่ายภาพวัยแรกเกิด อายุนั้นสำคัญขนาดไหน!? ช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการถ่าย คือช่วง 4-14 วัน แล้วทำไมต้อง 4-14 วันล่ะ? ก็เพราะ… 1. เด็กแรกเกิดจะนอนเป็นหลัก 11-20 ชม./วัน ทำให้สามารถจัดท่าทางและสวมใส่คอสตูมน่ารักๆให้ได้ 2. เด็กแรกเกิดมีกระดูก300-350 ชิ้น (ผู้ใหญ่มี 206ชิ้น) การจัดท่าทำได้หลากหลายและบางท่าที่ขดตัวเหมือนอยู่ในท้องแม่ เด็กจะสบายตัวจนบางครั้งเผลอยิ้มออกมา 3. เด็กแรกเกิดมีลักษณะเฉพาะหลายอย่าง ทั้งผิวหยุ่นๆ ขนอ่อนๆตามร่างกาย มือเท้าจิ๋วๆ ลูกน้อยที่คุณรอคอยมา9เดือน จะเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วหลังจากอายุ2สัปดาห์ กระดูก300กว่าชิ้นจะเริ่มเชื่อมต่อกันทำให้ตัวเริ่มแข็ง แขนขาจะมีแรงมากขึ้น ผิวหนังจะเริ่มลอกตัว ลูกจะเริ่มนอนน้อยลง เริ่มติดคุณพ่อคุณแม่มากขึ้น ถ้าถามว่าเกิน 2สัปดาห์แล้วจะยังถ่ายภาพได้มั้ย “ได้แน่นอนค่ะ” ด้วยความเชี่ยวชาญและใส่ใจของเรา เรารับถ่ายภาพแรกเกิดถึงอายุ 1เดือน แต่อย่างไรก็ตามช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการถ่ายคือ 4-14วัน ถ้าคุณรู้อย่างนี้แล้ว จะปล่อยให้ช่วงเวลาพิเศษนี้ผ่านไปหรือ “เราอยากให้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดนี้อยู่กับครอบครัวคุณตลอดไป”

26 Sep 2017

แม่สายคลีน มักจะได้ลูกสายคลีนด้วย จริงมั้ยคะ!?

แม่สายคลีน มักจะได้ลูกสายคลีนด้วย จริงมั้ยคะ!? I am what my mom eats!! เพราะลูกสามารถรับรู้รสชาติต่างๆ ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 16 จากต่อมรับรสที่พร้อมทำงาน ลูกจะดูดกลืนน้ำคร่ำ ซึ่งจะได้รับรู้รสชาติที่แตกต่างกันออกไปตามอาหารที่คุณแม่รับประทาน จากความคุ้นเคยกับรสชาติตั้งแต่อยู่ในท้องทำให้มีแนวโน้มว่าลูกจะชอบทานอาหารเหมือนกับที่คุณแม่ทานตั้งแต่อายุครรภ์4 เดือนเป็นต้นไป รู้อย่างนี้แล้ว แม่คนไหนอยู่สายอื่นรีบเปลี่ยนสายมาคลีนกันนะคะ เพื่อนิสัยการกินที่ดีของลูก

26 Sep 2017

แม่รู้มั้ย? อยู่ในท้องแม่หนูทำอะไรได้บ้าง

“แม่รู้มั้ย? อยู่ในท้องแม่หนูทำอะไรได้บ้าง” 1. หนูรู้รสอาหารที่แม่ทานและถ้าเป็นของหวานหนูจะฟินมาก 2.หนูรู้สึกถึงกลิ่นต่างๆเหมือนแม่แล้ว บางครั้งหนูก้อจามด้วย 3.หนูฉี่ได้ แต่ที่แม่จะตกใจคือหนูกินฉี่ตัวเอง 4. หนูว่ายน้ำได้ แต่หลังจากเกิดได้ไม่นานหนูจะลืมนะแม่! 5. หนูร้องไห้เป็น แต่ยังไม่มีน้ำตา 6. หนูได้ยินเสียงแล้ว ที่สำคัญกว่าคือหนูจำเสียงแม่ได้นะ พูดกับหนูบ่อยๆนะแม่